รถรับจ้าง น้ำมันเครื่องรถยนต์ เติมมาก-เติมน้อย มีผลต่อเครื่องยนต์ที่เราไม่เคยรู้

รถรับจ้าง น้ำมันเครื่องรถยนต์ เติมมาก-เติมน้อย มีผลต่อเครื่องยนต์ที่เราไม่เคยรู้ เรื่องของน้ำมันเครื่องรถยนต์ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกน้ำมันเครื่องให้เหมาะกับเครื่องยนต์แต่ละประเภท และก็ยังจะมีในเรื่องของระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง คราวนี้เราก็จะมาดูกันในเรื่องของการเติมน้ำมันเครื่องหากมีการเติมน้ำมันเครื่องมาเกินไป หรือ น้อยเกินไปนั้นจะส่งผลอย่างไร

การเติมน้ำมันเครื่องมากเกินไปจะส่งผลดังนี้

-หากมีการเติมน้ำมันเครื่องมากไปข้อเหวี่ยงจะทำการวิดน้ำมันเครื่องผ่านแหวนลูกสูบไปเผาไหม้ ทำให้การเผาไหม้นั้นไม่หมดจนเกิดเป็นเขม่าจับที่ห้องเผาไหม้ ซึ่งจะส่งผลทำให้เครื่องยนต์เกิดการสึกหรอที่เร็วขึ้น

-เมื่อมีการเติมน้ำมันเครื่องที่มากไปจะทำให้น้ำมันเครื่องดันออกตามซีลเครื่องต่างๆ ทำให้เกิดการรั่วซึมตามซีลเครื่อง

-การที่เติมน้ำมันเครื่องมากไปยังส่งผลให้ห้องเพลาข้อเหวี่ยง มีแรงดันที่มากผิดปกติ

-ทำให้เครื่อยนต์นั้นร้อนจัดและทำให้รถนั้นวิ่งไม่ออก

การเติมน้ำมันเครื่องน้อยเกินไปนั้นจะส่งผลดังนี้

-จะทำให้ปั๊มน้ำมันเครื่องนั้นไม่สามารถดูดน้ำมันเครื่องส่งไปหล่อลื่นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ได้ผลที่ตามมานั้นจะทำให้เครื่องยนต์พังแน่นอน

วิธีการ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถยนต์

การเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์และกรองน้ำมันเครื่องของรถยนต์เป็นประจำเป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากที่คุณสามารถทำได้เพื่อช่วยให้รถยนต์ของคุณยังคงขับเคลื่อนได้ดี เมื่อเวลาผ่านไป น้ำมันที่คุณมีอยู่จะเกิดการแปลงสภาพและไส้กรองที่คุณใช้อยู่จะถูกอุดตันด้วยสิ่งปนเปื้อน เหตุการณ์เช่นนี้จะใช้เวลาในการเกิดอย่างเร็วที่สุดประมาณ 3 เดือน หรือ 4,800 กม. หรืออย่างช้าที่สุดก็ประมาณ 32,000 กม. หรือ 24 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับนิสัยการขับขี่ของคุณและชนิดของรถยนต์ (โปรดศึกษาเกณฑ์การนำรถเข้าเช็คระยะจากคู่มือการใช้งานของคุณ) แต่ข่าวดีก็คือ การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถยนต์นั้นเป็นวิธีการที่ทั้งง่ายและไม่เสียค่าใช้จ่ายมาก ดังนั้น ยิ่งคุณเปลี่ยนน้ำมันเครื่องในรถยนต์ของคุณเมื่อมีความจำเป็นได้เร็วเท่าไหร่ มันก็จะเกิดผลดีกับรถยนต์ของคุณมากเท่านั้น

การยกรถขึ้นด้วยแม่แรง

1. ขับรถเข้ามาจอดในลานจอดรถหรือบริเวณที่เป็นพื้นราบและมีพื้นที่สำหรับทำงานเพียงพอ.
ปล่อยให้เครื่องยนต์อยู่ที่รอบเดินเบาประมาณ 5-10 นาที เพื่ออุ่นน้ำมันเครื่อง ควรใช้ความระมัดระวังขณะถ่ายน้ำมันเครื่องที่อุ่นหรือร้อนจัด

2. จอดรถในตำแหน่ง Park ถอดกุญแจ และใส่เบรกมือ. ออกจากรถ

3. ติดตั้งยางห้ามล้อ/ที่กั้นล้อเพื่อยึดยางไม่ให้เคลื่อนไหว. ควรติดตั้งอุปกรณ์ห้ามล้อ (ยางห้ามล้อ) บนยางที่จะแนบอยู่กับพื้น

4. หาตำแหน่งของจุดขึ้นแม่แรงบนรถยนต์. ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจุดขึ้นแม่แรงอยู่ตรงไหน ให้ดูคู่มือการใช้งาน

5. คุณต้องยกรถขึ้นเพียงด้านเดียวเท่านั้น

6. วางขาตั้งรับรถตรงจุดขึ้นแม่แรง.

7. ยึดรถให้อยู่กับที่. ใช้แรงโยกรถเพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัย

8. วางถาดรองน้ำมันเครื่อง (ถาดรองถ่ายน้ำมัน) ไว้ใต้เครื่องยนต์.
ปล่อยรถไว้ประมาณ 10 นาที เพื่อให้เย็นตัวลง เครื่องยนต์/ท่อไอเสียอาจมีอุณหภูมิร้อน ควรใช้ความระมัดระวัง

การถ่ายน้ำมันเครื่อง

1. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม. คุณจะต้องใช้กรองน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องและน้ำมันเครื่องที่สะอาดและใหม่สำหรับรถยนต์ของคุณ

2. ถอดฝาครอบน้ำมันเครื่อง. เปิดฝากระโปรงรถและมองหาฝาครอบน้ำมันเครื่องที่อยู่บนเครื่องยนต์

3. มองหาอ่างน้ำมันเครื่อง. มองหาอ่างโลหะแบบแบนข้างใต้รถยนต์ ซึ่งจะอยู่ใกล้กับเครื่องยนต์กว่าระบบเกียร์
มองหาปลั๊กระบายน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์.
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าปลั๊กนี้เป็นปลั๊กระบายน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์จริงๆ ไม่ใช่ปลั๊กระบายน้ำมันเกียร์ หากคุณไม่มั่นใจว่าปลั๊กไหนเป็นปลั๊กไหน ให้มองหาท่อไอเสีย ท่อไอเสียจะอยู่ติดกับเครื่องยนต์อยู่เสมอ ซึ่งจะเป็นท่อที่เดินยาวจากหน้ารถไปหลังรถ อ่างน้ำมันเครื่องและปลั๊กระบายน้ำมันเครื่องจะอยู่ใต้เครื่องยนต์

4. ถอดปลั๊กน้ำมันเครื่องออก. คลายปลั๊กออกในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาโดยใช้ประแจกระบอกที่มีขนาดตรงกันหรือใช้ประแจเลื่อนหากคุณพอมีพื้นที่ให้เคลื่อนไหวได้ นอกจากนี้ คุณยังควรถอดและเปลี่ยนปะเก็นปลั๊กระบายน้ำมันเครื่องที่เป็นแบบกระดาษหรือสักหลาดด้วย ส่วนแหวนรองชนิดโลหะนั้นสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้หากยังอยู่ในสภาพดี

5. รอ. การถ่ายน้ำมันเครื่องทั้งหมดออกจากรถจะใช้เวลาหลายนาที เมื่อน้ำมันหยุดไหลออกจากห้องข้อเหวี่ยง ให้เปลี่ยนปลั๊กใหม่ ใส่แหวนรองตัวใหม่บนปลั๊กถ่ายน้ำมันเครื่อง ตรวจสอบและทำความสะอาด 3 ตำแหน่งดังนี้ 1) ช่องถ่ายน้ำมันเครื่อง 2) ปลั๊ก และ 3) ปะเก็น จากนั้น ใส่ปะเก็นตัวใหม่บนปลั๊กถ่ายน้ำมันเครื่อง

การเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่อง

1. มองหาชุดกรองน้ำมันเครื่อง. กรองน้ำมันเครื่องนั้นอาจไม่ได้ติดตั้งในตำแหน่งมาตรฐาน ดังนั้น อุปกรณ์นี้จึงอาจอยู่ที่ด้านหน้า ด้านหลัง หรือด้านข้างของเครื่องยนต์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับรุ่นของรถยนต์
ลองสังเกตกรองน้ำมันเครื่องที่คุณซื้อมาเปลี่ยนเพื่อดูว่าคุณกำลังมองหาอุปกรณ์หน้าตาแบบไหน โดยปกติแล้ว กรองน้ำมันจะเป็นอุปกรณ์ทรงกระบอกสีขาว น้ำเงิน หรือดำ ยาวประมาณ 10-15 ซม. และกว้างประมาณ 7.5 ซม. คล้ายกับกระป๋องซุป
รถยนต์บางยี่ห้อ เช่น BMW, Mercedes และ Volvo รุ่นใหม่ๆ จะใช้ไส้กรองหรือตลับกรองแทนกรองแบบหมุนทั่วไป ซึ่งคุณจำเป็นต้องเปิดฝาครอบของกระปุกกรองน้ำมันเครื่องที่ติดตั้งมาในตัวและยกไส้กรองออกมาเอง

2. คลายเกลียวของกรองน้ำมันเครื่อง. ลำดับแรก ให้ลองใช้มือจับให้พอดีแล้วค่อยๆ หมุนทวนเข็มนาฬิกาอย่างมั่นคง ถ้าคุณใช้มือถอดกรองน้ำมันเครื่องไม่ได้ คุณจะต้องใช้เครื่องมือถอดกรองน้ำมันเครื่องในการทำขั้นตอนนี้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าถาดรองน้ำมันเครื่องอยู่ใต้กรองน้ำมันเครื่องพอดีก่อนที่จะถอดกรองน้ำมันเครื่องออกมาทั้งหมด การทำเช่นนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้หกเลอะเทอะ
หากต้องการหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำมันเครื่องหกเลอะเทอะเกินไปในขณะที่คุณถอดไส้กรอง คุณสามารถใช้ถุงพลาสติกคลุมรอบกรองน้ำมันเครื่องเพื่อใช้รองน้ำมันที่ไหลออกมาขณะที่คุณถอดไส้กรอง ปล่อยให้ไส้กรองคว่ำอยู่ในถุงในขณะที่คุณรอให้ถ่ายน้ำมันเครื่องออกมาจนเสร็จ
ตรวจดูให้แน่ใจว่าถาดรองน้ำมันยังคงรองน้ำมันมันเครื่องที่ไหลออกมาอยู่ที่ใต้ท้องรถ น้ำมันเครื่องบางส่วนจะยังคงติดอยู่ในกรองน้ำมันเครื่อง ซึ่งจะไหลออกมาในภายหลังเมื่อคุณคลายออก

3. เตรียมกรองน้ำมันเครื่องตัวใหม่. ใช้ปลายนิ้วจุ่มลงในน้ำมันเครื่องที่ซื้อมาเปลี่ยนใหม่และป้ายลงบนแหวนปะเก็นของกรองน้ำมันเครื่องตัวใหม่ การทำเช่นนี้จะช่วยหล่อลื่นปะเก็นและทำให้กรองน้ำมันเครื่องตัวใหม่กันรั่วได้ดี และช่วยให้มั่นใจว่าคุณจะสามารถถอดกรองน้ำมันเครื่องได้ในคราวหน้า
คุณสามารถเทน้ำมันเครื่องลงในกรองน้ำมันเครื่องเล็กน้อยเพื่อทำการติดตั้ง การทำเช่นนี้จะช่วยลดเวลาที่รถยนต์ใช้ในการคืนแรงดันน้ำมันเครื่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หากกรองน้ำมันเครื่องติดตั้งในแนวดิ่ง คุณอาจจะสามารถเติมน้ำมันได้จนเกือบเต็ม แต่ถ้าหากติดตั้งที่มุมใดมุมหนึ่ง น้ำมันเครื่องจะหกออกเล็กน้อยก่อนที่จะหมุนกรองน้ำมันเครื่องเข้าที่

4. ค่อยๆ หมุนกรองน้ำมันเครื่องตัวใหม่ที่หล่อลื่นแล้วเข้าที่ ระวังอย่าให้ปีนเกลียว. ปกติแล้ว กรองน้ำมันเครื่องจะบอกว่าควรหมุนแน่นแค่ไหน ดูรายละเอียดที่อยู่บนกล่องเพื่อศึกษาคำแนะนำที่ระบุ โดยทั่วไปแล้ว คุณจะต้องหมุนกรองน้ำมันเครื่องจนกว่าจะสัมผัสปะเก็น จากนั้นหมุนอีกหนึ่งส่วนสี่รอบ

การเติมน้ำมันเครื่องใหม่

1. เติมน้ำมันเครื่องใหม่ลงในรถที่ช่องเติม. ปริมาณที่คุณต้องเติมจะกำหนดไว้ในคู่มือการใช้งานแล้ว โดยจะอยู่ในหัวข้อ “ความจุ”
หากคุณใช้ขวดน้ำมันเครื่องที่มีท่ออยู่บนปากขวด จะทำให้คุณเทน้ำมันเครื่องได้สะดวกยิ่งขึ้น และไม่ผุดเป็นฟองอากาศ
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเติมน้ำมันเครื่องถูกรุ่น ตามปกติแล้ว คุณสามารถเติมน้ำมันเครื่องแบบ 10W-30 ลงในรถยนต์ส่วนใหญ่ได้ในปริมาณเล็กน้อยโดยไม่ทำให้เกิดอันตราย แต่คุณควรศึกษาจากคู่มือการใช้งานของคุณหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ศูนย์ซ่อมรถยนต์ก่อนทำการเติมน้ำมันเครื่อง
อย่าพึ่งก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องเพื่อการวัดปริมาณที่แม่นยำเสมอไป ก้านวัดระดับนี้อาจบอกปริมาณผิดได้ โดยเฉพาะหากเครื่องยนต์เพิ่งจะทำงาน (ก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องจะอ่านค่าได้ต่ำเพราะว่ายังคงมีน้ำมันอยู่ในห้องเครื่อง) ถ้าคุณต้องการตรวจสอบก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องอย่างแม่นยำ ให้ดูก้านวัดระดับนี้ในตอนเช้า ในขณะที่รถจอดอยู่บนพื้นราบและน้ำมันเครื่องยังมีอุณหภูมิเย็นและนอนก้นอยู่

2. ปิดฝาช่องเติม. ตรวจสอบว่าลืมเครื่องมือใดๆ ทิ้งไว้หรือไม่และปิดฝากระโปรงรถ
มองดูใต้ท้องรถเพื่อตรวจสอบว่าไม่มีอะไรรั่วไหล ควรเช็ดน้ำมันที่หกเลอะเทอะให้สะอาดเท่าที่จะทำได้ ในขณะที่การทำน้ำมันเครื่องเลอะบนห้องข้อเหวี่ยงในปริมาณเล็กน้อยขณะที่คุณเทน้ำมันนั้นไม่ใช่สิ่งที่เป็นอันตราย แต่น้ำมันที่เลอะอยู่นั้นอาจไหม้ได้เมื่อเครื่องยนต์ร้อนขึ้น ทำให้มีกลิ่นไหม้ของน้ำมันเครื่อง ซึ่งอาจดูน่ากลัวสักหน่อย และยังทำให้ภายในรถมีกลิ่นเหม็นอีกด้วย

3. สตาร์ทเครื่องยนต์. คอยดูว่าไฟเตือนแรงดันน้ำมันเครื่องนั้นดับลงหลังจากสตาร์ทเครื่อง เลื่อนเกียร์ไปที่ตำแหน่งจอดหรือตำแหน่งเกียร์ว่างพร้อมกับใส่เบรกมือเพื่อตรวจสอบว่ามีน้ำมันเครื่องหยดลงมาหรือไม่ และมองดูใต้ท้องรถด้วยความระมัดระวังเพื่อตรวจหาการรั่วไหลของน้ำมันเครื่อง หากติดตั้งกรองน้ำมันเครื่องและปลั๊กถ่ายน้ำมันเครื่องไม่แน่น น้ำมันเครื่องอาจไหลออกมาอย่างช้าๆ ให้เดินเครื่องยนต์เป็นเวลาประมาณ 1 นาที เพื่อให้แรงดันน้ำมันเครื่องสูงขึ้น และยืนยันว่าคุณได้ติดตั้งทุกอย่างถูกต้องแล้ว
รีเซ็ตไฟแจ้งเตือนการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง (ขั้นตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้) ขั้นตอนนี้จะแตกต่างกันไปตามการผลิตและรุ่นของรถยนต์ คุณจึงควรศึกษาจากคู่มือการใช้งานเพื่อหาขั้นตอนการทำงานที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น ในรถยนต์ส่วนใหญ่ที่ผลิตโดย GM คุณจะต้องปิดระบบการทำงานของรถยนต์แล้วบิดสวิตช์กุญแจไปที่ตำแหน่ง ON โดยไม่เปิดระบบการทำงาน จากนั้นเหยียบคันเร่ง 3 ครั้ง ภายในเวลา 10 วินาที เมื่อคุณสตาร์ทรถใหม่อีกครั้ง ไฟแจ้งเตือนการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องจะถูกรีเซ็ต

4. ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องโดยการดึงก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องออกมา. เมื่อดับเครื่องยนต์อีกครั้งและปล่อยให้น้ำมันนอนก้นเป็นเวลา 5 ถึง 10 นาที ให้ตรวจสอบก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันเครื่องอยู่ในระดับที่เหมาะสม

การกำจัดน้ำมันเครื่อง

1. เทน้ำมันเครื่องลงในภาชนะปิดผนึก. เมื่อคุณเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเสร็จแล้ว ให้ถ่ายน้ำมันเหนียวๆ สกปรกๆ นั้นลงในภาชนะที่คงทนขึ้นสักหน่อย วิธีที่สะดวกหน่อยก็คือให้เทน้ำมันเครื่องนั้นลงในภาชนะอันใหม่ที่คุณเพิ่งเทออกจนหมด ควรใช้กรวยพลาสติกรองบนปากขวดและค่อยๆ เทน้ำมันเครื่องลงไปเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่ทำหก และทำเครื่องหมายบนขวดว่าเป็น “น้ำมันเครื่องใช้แล้ว” เพื่อที่คุณจะได้ไม่เข้าใจผิดว่าเป็นน้ำมันเครื่องที่ยังไม่ได้ใช้
– ส่วนตัวเลือกอื่นๆ ก็มี เหยือกใส่นมเก่าๆ ขวดน้ำยาทำความสะอาดกระจกบังลม หรือขวดพลาสติกอื่นๆ ควรระมัดระวังทุกครั้งที่คุณใช้ขวดเก่าๆ ที่ใช้บรรจุอาหารและทำเครื่องหมายให้ชัดเจนทุกครั้ง
– อย่าใส่น้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วลงในภาชนะที่บรรจุสารเคมีอย่างเช่น สารฟอกขาว ยาฆ่าแมลง สี หรือสารป้องกันการแข็งตัว เนื่องจากสารเคมีพวกนี้จะทำให้เกิดการปนเปื้อนในกระบวนการรีไซเคิล

2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากรองน้ำมันเครื่องของคุณนั้นไม่มีน้ำมันเครื่องเหลืออยู่. คุณสามารถเทน้ำมันเครื่องที่ติดอยู่ในไส้กรองนี้ (บางครั้งอาจมีมากถึง 235 มล.) รวมกับน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วได้ กรองน้ำมันเครื่องก็สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้เช่นกัน คุณจึงควรเก็บมันไว้ก่อน

3. ค้นหาแหล่งรวบรวมขยะที่กำหนดในละแวกที่คุณอาศัยอยู่. ตามปกติแล้ว สถานที่ทุกแห่งที่ขายน้ำมันเครื่องรถยนต์จะรู้ข้อมูลนี้ ร้านค้าปลีกที่จำหน่ายกรองน้ำมันเครื่องมากกว่า 1,000 ตัว ในหนึ่งปีจะต้องรับกรองน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้ว นอกจากนี้ ศูนย์บริการรถยนต์หลายๆ แห่งที่มีบริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องจะรับน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วของคุณด้วย แม้ในบางครั้งจะต้องจ่ายเงินให้เล็กน้อย

4. ลองใช้น้ำมันเครื่องแบบรีไซเคิลในคราวหน้า. น้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วจะถูกกลั่นจนกว่าจะได้การรับรองและมีคุณสมบัติที่กำหนดเหมือนกันกับน้ำมันบริสุทธิ์ โดยกระบวนการนี้จะใช้พลังงานน้อยกว่าการปั๊มและกลั่นน้ำมันใหม่ นอกจากนั้นแล้ว การนำน้ำมันเครื่องกลับมาใช้ใหม่ยังช่วยลดความต้องการในการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศอีกด้วย ในบางกรณี น้ำมันแบบรีไซเคิลยังมีราคาถูกกว่าน้ำมัน “ใหม่” อีกด้วย